คำที่เจ็ด (ขอเป็นคำสุดท้ายละ) ในเพลง
"โจใจ" คือคำว่า
"รบ"
หลายคนได้ยินคำว่ารบแล้วมักจะนึกว่าเป็นเรื่องใหญ่โต แต่คนใต้คำว่ารบนี่ใช้ได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบจริงๆ ความหมายของคำว่ารบจะครอบคลุมดังนี้
กวน, ทะเลาะ และ รบรา (สงคราม)
ตัวอย่าง
ผัวฉานมันรบทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอนนิ๊ : สามีของฉันกวนทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอน
ถ้าไม่ห้ามไว้นะได้รบกับบาวนั้นแม่น : ถ้าไม่ห้ามไว้คงได้ต่อยกับหนุ่มคนนั้นแน่ๆ
เป็นพี่น้องกันอย่ารบกัน : เป็นพี่น้องกันอย่าทะเลาะกัน
คำที่หกในเพลง
"โจใจ" คือคำว่า
"แลท่า"
คำว่า
"แลท่า" แปลยากเหมือนกันความรู้สึกลึกๆ มันเข้าใจแต่พอให้ความหมายเป็นภาษากลางนี่ในก็ยากอยู่เหมือนกัน สรุปได้ว่าคำคำนี้หมายความว่า
"ท่าทาง,ส่อเค้า และ สงสัย (อาจมีอีก)"
ตัวอย่าง:
แลท่าบาวนั้นจะเล่นยา : ท่าทางหนุ่มคนนั้นจะติดยา
แลท่าฝนจะตกหนัก : สงสัยฝนจะตกหนัก
แลท่าการเลือกตั้งจะโมฆะ : ส่อเค้าว่าการเลือกตั้งจะโมฆะ
คำที่สี่ ในเพลง
"โจใจ" คือคำว่า
"ดายของ"
คำว่าดายของแปลตรงก็คือเสียดายนั้นเอง
ตัวอย่าง
ฮาย...แลกวาไปเห็นสาวคนนั้นสวยได้แรงแต่ดายของมีผัวเสียแล้ว!!
แปล
เฮ้อ...เมื่อวานไปเจอสาวคนหนึ่งสวยมากแต่เสียดายมีสามีเสียแล้ว!!
คำที่สามในเพลง "
โจใจ" คือคำที่นำหน้าด้วยคำว่า
หา...
คำว่า
หา.. นำหน้าคำไหนคำนั้นจะเป็นการปฏิเสธ พูดง่ายๆ ก็จะกลายเป็น
ไม่...นั้นเอง
ตัวอย่าง
หายอม : ไม่ยอม
หาใช่ : ไม่ใช่
หานอน : ไม่นอน
บางถิ่นจะใช้คำว่า
หมา หรือ
ไหม้
เช่น
หายอม : หมายอม , ไหม้ยอม
หาใช่ : หมาใช่, ไหม้ยอม
หานอน : หมานอน, ไหม้นอน
อีกคำหนึ่งในเพลง "โจใจ" คือคำว่า "
หมึงสา"
หมึงสา เป็นคำลงท้ายประโยคความหมายประมาณว่า
สงสัยจะ .... มั้ง (แปลยากอีกแล้ว) มั้งมีก็ได้ไม่มีก็ได้
ตัวอย่าง
พ่อ: แม่ลูกไขไปไหนอะไม่เห็นตั้งแต่หัวหวางแล้ว
แม่: ไปบ้านดอนกับเพื่อนหมึงสา
แปล
พ่อ: แม่ลูกหายไปไหนเหรอไม่เห็นตั้งแต่เช้ามืดแล้ว
แม่: สงสัยจะไปบ้านดอนกับเพื่อนมั้ง
หมายเหตุ: หัวหวาง (หัวหว่าง) หัวรุ่ง ไก่ขัน อาจจะพูดต่างกันบ้างในบางถื่นแต่ความหมายเหมือนกัน คือ เช้ามืด
หายไปนานเลยสำหรับการ update คำศัพท์เมื่อสองวันก่อนได้ซื้อ CD เพลงชุดใหม่ของมาลีฮวนน่ามาและมีเพลงหนึ่ง ชื่อเพลง "โจใจ" ก็ทำให้นึกถึงกระทู้ใน LTN ที่ Post ถามผมเรื่องโจวันนี้เลยมาเขียนศัพท์ที่มีในเพลงสักหน่อย แล้วจะเอาเพลงขึ้นให้ฟังกันใน Blog ผมอีกทีนะครับ
คำแรกเสนอคำว่า "
พลก"
พลก หรือ
พลกพร้าว คือ
กะลา หรือ
กะลามะพร้าว นั้นเอง คนใต้จะเรียกว่าพลก ส่วน
กาบมะพร้าว คนใต้จะเรียกว่า
พดพร้าว
ตัวอย่าง:
ไขนุ้ยเอาพดพร้าวกับพลกพร้าวในซอบไปกอไฟต้มปูทีตะ ออ ยาลืมใสน้ำมันกาดกันหนา
คำแปล
ไข่นุ้ยเอากาบม่ะพร้าวกับกะลามะพร้าวในกระสอบไปก่อไฟต้มปูหน่อย ออ อย่าลืมใส่น้ำมันก๊าดไปด้วยละ
นอกจากนี้ยังนิยมนำกะลามะพร้าวไปเผาถ่านกันด้วยนะครับไม่รู้ว่าภาคอื่นเขาใช้เผ่าถ่านด้วยหรือไม่